ENTERPRISE RESOURCE PLANNING (ERP)

ERP คือ ระบบบริหารทรัพยากรขององค์กรเพื่อวางแผนและจัดการทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยการเชื่อมโยงกระบวนการทางธุรกิจ (Business Process) ทุกขั้นตอนทั่วทั้งองค์กรเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบเพื่อมุ่งไปสู่ประสิทธิภาพประสิทธิผลผล ส่งผลให้เกิดกำไรสูงสุดขององค์กรอีกทั้งยังช่วยให้สามารถวางแผนการลงทุนและบริหารทรัพยากรขององค์กรโดยรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ERP เป็นระบบสารสนเทศขนาดใหญ่ (Enterprise System) ที่มีขีดความสามารถในการเชื่อมโยงตลอดจนเชื่อมโยงโปรแกรมประยุกต์ต่างๆของแต่ละส่วนงานให้เป็นเนื้อเดียวกันในระดับองค์กรโดยมีข้อมูลที่จัดเก็บไว้เพียงแห่งเดียว (common Database) เพื่อป้องกันความซ้ำซ้อนของข้อมูลทำให้มีประสิทธิภาพมีการใช้ข้อมูลร่วมกันสูงสุดโดยแต่ละส่วนงานสามารถดึงข้อมูลส่วนกลางที่เกี่ยวข้องมาวิเคราะห์เชื่อมโยงในทุกมิติสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับองค์กรเมื่อมีการนำระบบ ERP มาปรับประยุกต์ใช้ คือ การปรับปรุงกระบวนการหรือ Process Re-engineering ซึ่งจะส่งผลให้ลดกระบวนการทำงานที่ซ้ำซ้อนลงด้วย

แนวคิด ERP เริ่มในยุคปีค.ศ. 1990 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาจุดกำเนิดเริ่มแรกมาจากแนวคิดของการพัฒนาระบบการบริหารการผลิตรวมหรือ Material Requirement Resource Planning (MRP) ของอุตสาหกรรมการผลิตในอเมริกามีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นระบบวางแผนความต้องการหาประเภทและจำนวนวัสดุที่ต้องใช้ในการผลิตตามตารางเวลาและจำนวนสินค้าที่ได้วางแผนไว้ ต่อมาได้พัฒนาขีดความสามารถของระบบให้สามารถป้อนกลับข้อมูลการผลิตจริงเพื่อนำไปสู่การวางแผนความต้องการกำลังการผลิต การควบคุมกระบวนการผลิตจนในที่สุดก็ได้มีการนำมาใช้กับองค์กรธุรกิจที่มีความหลากหลายในปัจจุบัน โดยปกติโครงสร้างการบริหารจัดการภายในองค์กรจะเป็นการแบ่งตามหน้าที่รับผิดชอบหรือ Functional Organization เช่น แผนกบัญชี การเงิน แผนกการตลาดแผนกขาย แผนกการผลิต แผนกทรัพยากรบุคคล เป็นต้น ซึ่งการบริหารในแต่ละแผนกจะมีการบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลต่างๆ แยกอิสระต่อกันต่างคนต่างเก็บข้อมูลของตนเองเพื่อที่จะครอบคลุมรูปแบบการทำงานเฉพาะของแผนกนั้นๆแต่ละส่วนงานจึงมีการพัฒนาการจัดเก็บข้อมูลและการจัดการฐานข้อมูลต่างๆ โดยใช้ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการจัดการทำให้ผู้บริหารภายในแต่ละส่วนงานสามารถบริหารและวางแผนงานภายในกรอบภารกิจความรับผิดชอบส่วนงานตนเองได้สะดวกยิ่งขึ้น แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นตามมา

1. การขาดการประสานรวมกันของระบบงาน

ระบบข้อมูลสารสนเทศที่มีมาแต่เดิมนั้นได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้สามารถแก้ปัญหาในแต่ละส่วนงานแยกกันไปโดยมีวัตถุประสงค์มุ่งเน้นเฉพาะเช่นการประหยัดพลังงานการใช้เครื่องจักรแทนคนและการทำให้เป็นอัตโนมัติให้มากที่สุดผลที่ตามมาก็คือระบบข้อมูลสารสนเทศที่สร้างขึ้นมาจะแตกต่างกันไปตามแผนกต่างๆและเป็นเอกเทศต่อกันทำให้เกิดความล่าช้าของการไหลหรือการเชื่อมต่อของข้อมูลระหว่างระบบงานในส่วนงานที่ต่างกันซึ่งจะเป็นอุปสรรคทำให้ไม่สามารถสร้างระบบงานที่รวดเร็วได้

2. การขาดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของข้อมูล

เนื่องจากมีการกระจัดกระจายของข้อมูลอยู่ตามส่วนงานต่างๆ และมีระบบข้อมูลสารสนเทศแยกตามแผนกต่างๆกัน ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนของข้อมูลและการที่จะให้ทุกแผนกใช้ข้อมูลร่วมกันนั้นเป็นไปได้ยากทำให้เป็นอุปสรรคต่อการทำงานประสานร่วมกันระหว่างแผนก

3. การขาดความรวดเร็วในการตอบสนอง

ระบบข้อมูลที่เกิดขึ้นในแต่ละแผนกนั้นจะถูกประมวลผลแบบ Batch Processing เป็นช่วงๆ เช่น เดือนละครั้ง ฯลฯทำให้ข้อมูลของแต่ละแผนกนั้นกว่าจะถูกนำไปใช้ในองค์กรโดยรวมเกิดความล่าช้าเป็นข้อมูลคนละฐานเวลากันดังนั้นการบริหารที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลสดได้ณ เวลานั้น (Real Time) เพื่อการตัดสินใจได้ทันท่วงที (Timely Decision) เป็นไปไม่ได้และเกิดขึ้นยากได้

4. ความไม่ยืดหยุ่นของระบบข้อมูลสารสนเทศ

ระบบข้อมูลสารสนเทศมักถูกพัฒนาด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ (Computer Language) ที่แตกต่างกันการแก้ไขเพิ่มเติมและดูแลระบบจึงเป็นเป็นเรื่องยากรวมไปถึงการพัฒนาปรับปรุงความสามารถของโปรแกรมเดิมเพื่อสอดรับกับการบริหารเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วได้ทำได้ค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อน

ประโยชน์เมื่อองค์กรหันมาใช้งาน ERP อย่างเต็มรูปแบบ

1. ลดความซํ้าซ้อนของระบบการทำงานในองค์กร เพราะแต่ละเอกสารมีการเชื่อมโยงทั่วถึงกันในทุก ๆ ระบบงาน ทำให้สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปของตัวเลขได้ตลอดเวลา

2. ผู้บริหารสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ได้ เช่น ข้อมูลด้านการเงิน ข้อมูลการซื้อขาย ข้อมูลด้านการผลิต และอื่น ๆ ไปประกอบการตัดสินใจเพื่อกำหนดกลยุทธ์ทางองค์กรได้อย่างทันท่วงที

3. สนับสนุนการทำงานของผู้ปฎิบัติให้ง่ายขึ้น เช่น การวางแผนการผลิต หากฝ่ายบรรจุและปรุงแต่ง มีการกำหนดฐานข้อมูลการผลิตไว้ในระบบอย่างครบถ้วน ระบบจะสามารถช่วยให้ฝ่ายบรรจุและปรุงแต่ง ฝ่ายคลังพัสดุ และฝ่ายขาย สามารถวางแผนงานให้เกิดความถูกต้องแม่นยำ ช่วยลดต้นทุนการผลิต และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ดียิ่งขึ้น

4. มีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล โดยสามารถแยกตามสิทธิ์การใช้งานโปรแกรมตามที่กำหนดได้ เช่น ตามตำแหน่งบุคคล เป็นต้น

5. ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบข้อมูลสารสนเทศ ในการแก้ไขเพิ่มเติมและดูแลระบบ ง่ายต่อการปรับปรุงเพื่อให้สามารถรับมือกับการบริหารเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วได้

6. สามารถนำข้อมูลในระบบมาจัดทำเป็นรายงาน เพื่อสนับสนุนผู้บริหารในการตัดสินใจและวางการดำเนินงานในองค์กรได้

ตัวอย่างการออกแบบระบบ ให้กับองค์กรเอกชน (องค์การสุรา)

ระบบสารสนเทศเพื่อการวางแผนทรัพยากรองค์กร สำหรับสนับสนุนกระบวนการหลักทางธุรกิจที่เชื่อมโยงทั่วทั้งองค์กรแล้วผู้บริหารสามารถใช้เป็นพื้นฐานสนับสนุนระบบสารสนเทศระดับบริหารจัดการและระดับกลยุทธ์ขององค์การสุราฯในยุทธศาสตร์อื่นๆนอกจากนั้นยังนำไปสู่ระบบการตรวจสอบภายในที่ดีสะท้อนธรรมาภิบาลขององค์กรสำหรับการวางแผนทรัพยากรทางธุรกิจของ องค์การสุรา กรมสรรพสามิตโดยรวม เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุดของทรัพยากรทางธุรกิจขององค์การสุรา กรมสรรพสามิต
ในปัจจุบันองค์การสุรา กรมสรรพสามิต มีระบบสารสนเทศเพื่อการวางแผนทรัพยากรองค์กรที่ใช้ในการจัดการและวางแผนการใช้ทรัพยากรต่างๆ โดยระบบมีการเชื่อมโยงระบบงานต่างๆที่เกิดจากกระบวนการทำงานจริงขององค์การสุรา กรมสรรพสามิตเข้าด้วยกันทั้งหมด

แผนผังการเชื่อมโยงภาพรวมของระบบ ERP ที่วิเคราะห์และออกแบบให้กับองค์การสุรา เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นภาพรวมของระบบทั้งหมดก่อนเริ่มดำเนินการพัฒนา

ระบบงานการเงิน

งานการเงินเป็นงานที่มีความสัมพันธ์กับทุกๆ ส่วนของการดำเนินงานและการจัดกิจกรรมของหน่วยงานทุกหน่วยงาน เพราะการดำเนินงานต้องมีงบประมาณในการขับเคลื่อนให้กิจกรรมนั้นสำเร็จ ทุกกระบวนการล้วนสัมพันธ์กับงานการเงินทั้งสิ้น ทั้งนี้ยังหมายรวมถึงการเดินทางไปราชการเพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเองหรือเป็นการเดินทางที่มีภารกิจต่างๆ ก็ย่อมสัมพันธ์กับงานการเงินตั้งแต่การขออนุมัติเดินทางและการเบิกจ่าย การกันเงิน การยืมเงิน และการรายงานการเดินทางไปราชการ แม้กระทั้งในการประชุมเพื่อดำเนินงานต่างๆ ยังต้องมีการเบิกจ่ายค่ารับรองและพิธีการ เพื่อให้การประชุมนั้นสำเร็จและลุล่วงไปด้วยดี แสดงให้เห็นว่า งานการเงินเป็นงานที่ต้องมีการติดต่อประสานงาน และสัมพันธ์กับทุกๆ กิจกรรมที่จัดขึ้นในหน่วยงานเพื่อให้งานทุกอย่างดำเนินไปได้ งานการเงินเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้งานของทุกๆ กิจกรรมเกิดผลสำเร็จ หากการร่วมมือในการทำงาน จะช่วยให้ปัญหาในการทำงานลดน้อยลง มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และรวมถึงการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกัน จะส่งผลให้มีความสุขในการทำงานกับทุกๆฝ่าย

ระบบงานบัญชีแยกประเภท

ระบบงานบัญชีแยกประเภทมีไว้เพื่อรายงานให้ทราบถึงผลการดำเนินงาน ฐานะทางการเงินกระแสเงินสดที่หมุนเวียนในแต่ละช่วงเวลา แสดงถึงความมั่นคงและควบคุมค่าใช้จ่าย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะทำให้ผู้บริหารสามารถนำไปวางแผนการดำเนินธุรกิจต่อไปว่าจะต้องดำเนินการในรูปแบบใด ซึ่งด้านกระบวนการทำงานของบัญชีที่มีความยืดหยุ่นสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งสามารถรองรับข้อมูลทางการเงินทั้งในปัจจุบันและอนาคต และสามารถเก็บข้อมูลและรายงานทางการเงินได้ตามความต้องการ

ระบบงานคลังพัสดุ

แผนกพัสดุ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบและปฏิบัติหน้าที่ในการบริหารงานคลังพัสดุ ซึ่งประกอบด้วย กระบวนงานจัดซื้อ กระบวนงานคลังพัสดุ และกระบวนงานบัญชีคุมพัสดุ โดยในที่นี้จะกล่าวถึงกระบวนงานคลังพัสดุ และกระบวนงานบัญชีคุมพัสดุ ที่มีความเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการสิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนถึงเครื่องจักร เครื่องยนต์ วัตถุดิบ สินค้าสำเร็จรูป รวมทั้งที่ดินและอาคาร
กระบวนงานคลังพัสดุ และกระบวนงานบัญชีคุมพัสดุ เป็นกระบวนการที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการรับและเก็บรักษาพัสดุและวัตถุดิบในคลังพัสดุ การลงบัญชีทะเบียนพัสดุและวัตถุดิบ การเบิกจ่ายพัสดุและวัตถุดิบจากคลังพัสดุ ให้กับหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งทำรายงานการเบิก-จ่าย พัสดุ การขึ้นทะเบียนทรัพย์สิน และรายงานการตรวจนับพัสดุประจำปี (ณ ที่นี้คือ การเก็บรักษา, การแจกจ่าย, การบำรุงรักษา และการจำหน่ายพัสดุ)

ระบบงานจัดซื้อจัดจ้าง

แผนกพัสดุ ทำหน้าที่วางแผน คัดเลือกผู้ขาย และควบคุมงานจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการปฏิบัติงานจัดซื้อจัดจ้าง เช่น วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ การว่าจ้างตามที่ได้รับการอนุมัติจากทางผู้บริหาร ให้ทันตามความต้องการ พร้อมจัดทำสรุปรายงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานจัดซื้อจัดจ้างอย่างนำเสนอผู้บริหารใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจต่อไป

ระบบงานการจำหน่าย

งานจำหน่าย ถือเป็นแผนกที่สำคัญในองค์กร เนื่องจากต้องส่งข้อมูลปริมาณความต้องการของสินค้าให้กับฝ่ายผลิตนำไปวางแผนการผลิต รวมถึงประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่รู้จักและอยู่ในความต้องการของตลาดอยู่เสมอ ดังนั้นข้อมูลต่างๆ ที่งานจำหน่ายใช้ในการทำงานจำเป็นต้องมีความถูกต้องแม่นยำ และสามารถนำข้อมูลดิบที่มีอยู่มาจัดทำรายงานเสนอให้กับผู้บริหารได้ทันทีที่ต้องการ ทั้งนี้การรวบรวมข้อมูลเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ข้อมูลดิบที่ถูกต้องและมาจากหลายส่วนงาน ซึ่งหากระบบสารสนเทศที่มีอยู่ตามแต่ละส่วนงาน ข้อมูลเป็นเอกเทศไม่เชื่อมโยงต่อกัน อาจทำให้ข้อมูลมีความผิดพลาด และ/หรือ ซ้ำซ้อนกัน

ระบบงานเงินเดือนและสวัสดิการ

ระบบงานเงินเดือนและสวัสดิการ มีหน้าที่รวบรวมข้อมูลเงินเดือนของบุคลากรทั้งองค์กร เพื่อตรวจสอบตำแหน่ง ระดับตำแหน่ง สถิติการมาทำงาน สวัสดิการที่ได้รับ พร้อมส่งเอกสารข้อมูลให้ฝ่ายบัญชีและการเงิน ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วน ทั้งในด้านจำนวนเงิน จำนวนคน และการหักตามอัตราภาษี เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแล้วฝ่ายบัญชีและการเงินจะจัดทำข้อมูลเงินเดือนแลสวัสดิการ เสนอผู้บริหารพิจารณาอนุมัติเบิกจ่าย สุดท้ายคือการทำเรื่องเบิกจ่ายเงินเดือน และสวัสดิการ ประจำเดือน โดยมีโมดูลในการดำเนินงานคือโมดูลงานบัญชีเงินเดือนและสวัสดิการ

ระบบงานประวัติบุคคล

ระบบงานประวัติบุคคล เมื่อแผนกบริหารงานบุคคลรับบรรจุพนักงานใหม่ในทุกตำแหน่ง จะต้องบันทึกประวัติของตนเองตามแบบทะเบียนประวัติ ก.พ.7 กรอกรายละเอียดของพนักงาน เช่น ชื่อ-สกุลตนเอง บิดา มารดา คู่สมรส(ถ้ามี) ที่อยู่ ประวัติการศึกษา เป็นต้น เจ้าของประวัติลงชื่อและติดภาพถ่าย พร้อมส่งเอกสารหลักฐานสำคัญต่างๆ เช่น สำนาวุฒิการศึกษา สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน คำสั่งบรรจุ ใบรับรองแพทย์ ผลการตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือ (พนักงานที่บรรจุใหม่ทุกคน จะต้องนำผ่านการตรวจสอบพิสูจน์ลายนิ้วมือ) เป็นต้น เจ้าหน้าที่บริหารงานบุคคลนำทะเบียนประวัติ ก.พ.7 เสนอผู้มีอำนาจลงนาม เรียบร้อย จึงจัดเก็บในแฟ้มประวัติบุคคล

ระบบงานโครงสร้าง และอัตรากำลัง

ระบบงานโครงสร้างและอัตรากำลัง มีสำคัญในการกำหนดกรอบอัตรากำลังให้องค์กรมีปริมาณคนทำงานที่เหมาะสม มีคนทำงานเพียงพอไม่ขาดแคลน หรือภาระงานต่อคนไม่เยอะมากจนเกินไป หรือบางหน่วยงานเมื่อมีการปรับเปลี่ยนเป้าหมายให้เพิ่มสูงขึ้น ก็มักจะมีการเรียกขออัตรากำลังเพิ่มตามไป บางหน่วยงานในองค์กรก็มีทั้งอัตรากำลังขาด และอัตรากำลังเกิน จึงต้องมีการปรับปรุงอัตรากำลังลดหรือเพิ่มจำนวนบุคลากรด้วยวิธีการที่เหมาะสม เพื่อนำมาใช้ในการวางแผนอัตรากำลังของหน่วยงาน

ระบบงานการปฏิบัติงานและความดีความชอบ

กระบวนการงานการปฏิบัติงานและความดีความชอบจะอ้างอิงมาจากกระบวนการในการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการพลเรือน ของสำนักงาน ก.พ. กระบวนการทำงานในระบบงานปฏิบัติงานและความดีความชอบ

ระบบงานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

กระบวนการทำงานของระบบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประกอบไปด้วยการจัดทำฐานข้อมูลเครื่องราชอิสริยาภรณ์และหลักเกณฑ์การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เพื่อจัดทำเป็นข้อมูลตั้งต้นที่จะใช้ในการประมวลผลหารายชื่อผู้มีคุณสมบัติขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในแต่ละปี ซึ่งจะช่วยให้ประมวลผลรายชื่อผู้มีคุณสมบัติขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในแต่ละปีได้โดยอัตโนมัติ

ระบบงานกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

กระบวนการระบบงานกองทุนสำรองเลี้ยงชีพประกอบไปด้วยการประมวลผลรายชื่อผู้มีคุณสมบัติเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อนำมาจัดทำรายละเอียดสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยนำข้อมูลจากฐานข้อมูลประวัติบุคคลมาตั้งต้น การตรวจสอบและรับรองผลการเป็นสมาชิกจากคณะกรรมการกองทุนการรายงานข้อมูลสมาชิก ให้กับสมาชิกกองทุน คณะกรรมการกองทุน และผู้จัดการกองทุน

ระบบงานปรุงแต่งและบรรจุ

ระบบงานปรุงแต่งและบรรจุ เป็นระบบที่ทำหน้าที่ในการปรุงแต่งแปลงสภาพแอลกอฮอล์ตามสูตรต่างๆ ตามที่ลูกค้าต้องการ และทำการบรรจุผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ลงในภาชนะต่างๆ ตามปริมาณการสั่งซื้อของลูกค้า การแปลงสภาพและการบรรจุของแต่ละครั้งจะอยู่ในความควบคุมดูแลของกรมสรรพสามิต ข้อมูลผลิตที่ได้ทั้งหมดจะเชื่อมโยงไปยังแผนกงานจำหน่าย ทั้งนี้เพื่อที่จะได้รู้ถึงปริมาณการสั่งซื้อแอลกอฮอล์ของลูกค้า และนำไปวางแผนการผลิตในแต่ละครั้ง

ระบบงานหมักส่า

กระบวนการทำงานของระบบงานหมักส่าช่วยปฏิบัติงานในส่วนของการจัดเก็บข้อมูลการปฏิบัติงานในแต่ละขั้นตอน การตรวจสอบข้อมูลการปฏิบัติงาน และการจัดพิมพ์เอกสารรายงานต่างๆ เช่น การเตรียมเชื้อยีสต์ การหมักเชื้อส่า การส่งส่ากลั่นไปแผนกกลั่นฯ เป็นต้น รวมทั้งการจัดทำรายงานการผลิต ประจำเดือน ประจำปี เพื่อจัดส่งให้กองผลิตสุราและแอลกอฮอล์เก็บรวบรวมไปนำเสนอหัวหน้าฝ่ายโรงงานอีกครั้ง

ระบบงานกลั่น

ระบบงานกลั่น เป็นระบบที่มีหน้าที่ในการผลิตแอลกอฮอล์ให้เป็นไปตามเป้าหมายและแผนการผลิตโดยนำเอาส่ากลั่นที่ได้จากการหมักเชื้อส่าจากแผนกหมักเชื้อส่าที่มีแอลกอฮอล์ 8 – 12 เปอร์เซ็นต์ มาทำการกลั่นเพื่อให้ได้แอลกอฮอล์บริสุทธิ์และแอลกอฮอล์ดีกรีต่างๆ ตามที่ต้องการ โดยระบบจะเชื่อมโยงข้อมูลมากจากแผนกหมักส่า และส่งข้อมูลไปยังระบบปรุงแต่งและบรรจุ ซึ่งจะมีการบันทึกเวลาการทำงานต่างๆ ส่งไปยังระบบเงินเดือนและสวัสดิการ

ระบบสารสนเทศเพื่อการวางระบบ KPIs

กระบวนการประเมินตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงาน ต้องมีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสนับสนุนการจัดฐานเก็บข้อมูลผลการประเมินรายบุคคล และกำหนดตัวชี้วัด (KPI) และการออกรายงานประเมินผลประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน เพื่อนำผลประเมินการประเมิน ทั้งระดับองค์กร หน่วยงาน และรายบุคคล มาใช้ในการกำหนดนโยบายองค์กร และการบริหารงานบุคคล ซึ่งระบบชี้วัดประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน (KPI)

ระบบสารสนเทศเพื่อการวางระบบ Competency

กระบวนการพัฒนาสมรรถนะ ของบุคลากรนอกเหนือจากกระบวนการ Competency ที่มีคุณภาพแล้ว ต้องมีระบบสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพสนับสนุนการจัดฐานเก็บข้อมูลสมรรถนะรายบุคคล กำหนดโครสร้างสมรรถนะตามระดับตำแหน่งงาน และกำหนดเกณฑ์การประเมินสมรรถนะ เพื่อนำผลประเมิน Competency ทั้งระดับองค์กร หน่วยงาน และรายตำแหน่ง มาใช้ในการกำหนดนโยบายองค์กร และการบริหารงานบุคคล ซึ่งระบบประเมินสมรรถนะ (Competency)

Contact Us!

199/445 M.2 Nong-jom,
Sansai, Chiangmai,
Thailand 50210
Tel : 053-248985
Fax : 053-854907
Email : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
facebook : Sapphire Research & Development
Location : 18.830784, 99.016745

Please publish modules in offcanvas position.